Okinawa : ไปเที่ยว Shuri Castle กัน

posted on 09 Sep 2012 13:34 by korewa in Travelling directory Travel, Diary
เปลี่ยนมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวกันบ้างดีกว่า
Entry นี้ใช้เวลาเขียนนานมาก เพราะต้องหาข้อมูลจากหลายๆ ที่
ทำไมตอนชั้นอยู่นั่นไม่ได้หาข้อมูลแบบนี้หว่า (กินแรงเพื่อนตลอด Surprised)
ถ้ามีข้อมูลอะไรอีกก็จะเพิ่มเติมใน entry นี้ไปเรื่อยๆ นะ
 
วันนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ Shurijo กัน (jo ภาษาญี่ปุ่นน่าจะแปลว่า ปราสาท Money mouth)
 
เราไป Shurijo สองครั้ง
ครั้งแรกขาไปเรานั่ง Taxi ไปกันส่วนขากลับถึงได้เดินกลับ เหนื่อยโคดๆ
ให้ Front B เรียกแท็กซี่ให้ ค่าแท็กซี่ก็ 920 Y
ส่วนไปครั้งที่สองได้ใช้บริการรถเมล์ ซึ่งถูกกว่าแท็กซี่ และดีกว่าเดิน ส่วนเท่าไหร่จำไม่ได้
หรือจะนั่ง Monorail จาก Gibo Station ไปลงที่ Shuri Station ก็ได้
แต่ก็ต้องขึ้นรถเมล์หรือเดินไปที่ Gibo Station แล้งจาก Shuri Station ก็ต้องเดินต่อไป Shurijo อยู่ดี
เพราะฉะนั้นขึ้นรถเมล์ไปดีกว่า ประหยัด และสะดวกสุดล่ะ


ปราสาทชูริ (Shuri Castle) เป็นปราสาทแบบริวกิว ตั้งอยู่ในเขตชูริ จังหวัดโอะกินะวะ
เคยเป็นพระราชวังในสมัยอาณาจักรริวกิว
 
 
ด่านแรกประตูชูเรอิ (Shurei Mon) ของปราสาทถูกสร้างขึ้นใหม่ ปี 1958 (Mon ก็คือประตูค่ะ)

มีภาพประตูชูเรอิอยู่บนธนบัตรญี่ปุ่นด้วยนะ
สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ของโอกินาว่าได้รับอิทธิพลทั้งจากญี่ปุ่น และจีน
 
 
ลืมบอกไป ก่อนผ่านประตูก็แวะเอา brochour และ กระดาษสำหรับ Stamp สถานที่ต่างๆ
ของ Shurijo ด้วยล่ะ จะได้รู้ว่าตรงไหนยังไม่ได้ไป
 
 
จริงๆ เค้าให้เด็กๆ แหละ
 
 
แผนที่ในลักษณะภาพวาด
 
 
เดินเข้าไปจะเจอประตูหินที่ศาลเจ้า Sonohyan-utaki อยู่ทางด้านซ้ายมือ
 
สร้างขึ้นในปี 1519 โดยกษัตริย์โชชิน กษัตริย์พระองค์ที่สามแห่งราชวงศ์โชที่สอง
ที่ศาลเจ้าโซะโนะฮยัน นี้ กษัตริย์จะทรงสวดภาวนาเพื่อความปลอดภัยในการออกเดินทางทุกครั้ง
ประตูหินนี้สะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญในการแกะสลักหินปูนของช่างในสมัยอาณาจักรริวกิว
จนได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมประจำชาติ และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
โดยแยกรายชื่อจากปราสาทชูริ
 
หน้าตาจุด Stamp
 
 
ประตูที่ 2 : Kankai Mon มีซีซ่าอยู่ที่ประตูทั้ง 2 ข้าง
 
(ซีซ่ามาจากสิงโตรวมกับสุนัข เมื่อ50ปี (ก่อนสงคราม)
ตัวผู้อยู่ขวา(ถ้าเรามองเข้าประตูไป) หุบปากและตัวเมียอ้าปากอยู่ทางซ้าย
แต่ตอนหลังเปลี่ยนไปเป็น ตัวผู้ต้องสง่าผ่าเผย ป้องกันสิ่งเลวร้ายเข้ามา
แต่ตัวเมียต้องหุบปากสงบเสงี่ยม เก็บความลับ และความสุขที่มีในบ้านเรือนให้อยู่ตลอดไม่เล็ดลอดออกไป)
ข้อมูลจากบอร์ด TSAJ จ้า
 
 
ประตูที่ 3 : Zuisen Mon
 
ประตูที่ 4 : Roukoku Mon
 
 
ภาพนี้ จขบ. โลภมาก อยากเก็บทั้ง 3 ส่วนไว้ในรูปเดียว (มืดไปนิด ไม่มีแดด ขี้เกียจปรับแสง)
ด้านหน้าสุดจะเป็นนาฬิกาโบราณค่ะ
ส่วนซ้ายมือห่างไปอีกหน่อยจะมีระฆังไว้ตีบอกเวลา
และด้านหลังก็จะเป็นหมู่อาคารซึ่งจะอยู่ภายในประตูถัดไป
 
ประตูที่ 5 : Koufuku Mon
 
 
ผ่านประตูเข้ามา มองกลับไปก็จะเจอที่ขายตั๋วเข้า Shurijo ค่ะ

 
ซื้อตั๋วมาแล้วราคา 800 Y
 
 
ก่อนเข้าไปด้านใน เราก็แวะดูการแสดง และเข้าห้องน้ำตรงจุดพักก่อนก็ได้ค่ะ
แต่ด้านในก็มีห้องน้ำเหมือนกัน
 
 
จากนั้นเราจะแวะไปถ่ายรูปทิวทัศน์ในมุมสูงของโอกินาว่ากันก่อน
เข้าประตูมาแล้วเดินไปด้านขวามือเลยค่ะ
 
ทางเดินไปถ่ายรูปทิวทัศน์ของโอกินาว่า ต้นไม้เยอะเชียว
 
 
แวะมาถ่ายรูปก่อนก็ดีนะ เพราะถ้าเข้า Shurijo แล้วก็คงไม่อยากย้อนเดินกลับมากันแล้วหล่ะ
 
 
ก่อนเข้าแวะ Stamp ก่ออีก 1 จุด Suimui Utaki
 
 
ประตูที่ 6 : Houshin Mon จะเข้าด้านในแล้วน๊า
 
 
เข้ามาแล้ว รูปนี้ถ่ายตอนไปครั้งแรกช่วงเดือน ม.ค. 2010 เค้าซ่อมแซมปราสาทอยู่ น่าเสียดายมั่กๆ
ส่วนครั้งที่สอง ไปเดือน มิ.ย. แต่เค้าเปลี่ยนไปซ่อมปราสาททางซ้ายแทน ครั้งที่สองนี่เราไม่ได้เข้าไปข้างใน
 
ช่วงเวลาที่เริ่มสร้างปราสาทนั้นไม่ปรากฏแน่ชัด แต่เป็นที่ทราบแน่นอนว่าได้ถูกใช้เป็นที่พำนักในยุค Sanzan
ประมาณกันว่าน่าจะถูกสร้างในระหว่างยุคกุซุกุ เช่นเดียวกับปราสาทอื่นๆในโอะกินะวะ
เมื่อกษัตริย์โช ฮาชิได้รวบรวมดินแดนทั้ง 3 แห่งของโอะกินะวะและสถาปนาอาณาจักรริวกิว
ได้ทรงใช้ปราสาทชูริเป็นที่ประทับ
และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ เมืองชูริได้เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นจนได้รับการยกฐานะเป็นเมืองหลวง
 
เดี๋ยวเราจะเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์กัน ด้านในเค้าไม่ให้ถ่ายรูป ต้องไปดูของจริงกันเองแล้วล่ะ
(ถ่ายรูปได้เอียงดีจริงๆ)
 
 
แนวปราสาทเดิม เหลืออยู่แค่นี้แหละ
 
เมื่อปี 1945 ระหว่างศึกโอะกินะวะ ปราสาทถูกทำลายเกือบทั้งหมด
เหลือเพียงกำแพงไม่กี่ส่วนโผล่พ้นเหนือพื้นดินเพียง 20-30 เซนติเมตร
จนกระทั่งปี 1992 ได้มีการก่อสร้างปราสาทขึ้นใหม่ให้มีลักษณะเดิม
โดยอ้างอิงจากภาพถ่าย บันทึกทางประวัติศาสตร์ และความทรงจำของผู้อาศัยอยู่แถบนั้น
 
จริงๆ แล้วที่โอกินาว่า มันไม่ค่อยเหลืออะไรแล้ว เนื่องจากสงคราม
สร้างใหม่เกือบหมดทุกอย่าง ดูอย่างปราสาทชูริ เหลือแนวกำแพงอยู่แค่นี้
สมัยสงครามกองทัพญี่ปุ่นได้สร้างฐานบัญชาการขึ้นที่ใต้ดินของปราสาทชูริ
เรือรบยิงปราสาทและฐานทัพ จนปราสาทถูกเผาทำลาย
แต่เค้าก็สร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ลูกหลานได้ระลึกถึง และยังทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีก
ไม่รู้เป็นไม่เหลืออะไรรึเปล่า เค้าถึงได้ดูแลอย่างดี
 
 
 
 
 
อันนี้เป็นรูปในส่วนของปราสาทแล้วล่ะ ถ่ายรูปได้ แต่ก็ขี้เกียจเลยมีรูปนิดเดียว (ซะงั้น)
 
 
ออกจากปราสาทก็จะเจอที่ขายของที่ระลึก และมี Model อันนี้อยู่ด้วย
จริงๆ เค้าจะมีเทศกาลปราสาทชูริ ไม่รู้เดือนไหน เค้าจะแต่งตัว และจำลองเหตุการณ์เข้าเฝ้าแบบนี้
 
 
 
ประตูที่ 7: Ueki Mon
 
 
ประตูที่ 8 : ประตูสุดท้าย Kyuukei Mon
 
จริงๆ ประตูมีเยอะกว่านี้นะคะ อต่ถ่ายมาไม่ครบ Kiss
แบบว่าตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะมีเขียนบล็อกอะไรแบบนี้
 
จากนั้นก็เดินชมสวนและสระน้ำ Enganchi ก่อนกลับ
ถ้าหันหน้าเข้าหาสวน สระน้ำตรงนี้จะเป็นฝั่งขวามือ
เดินลงไปนั่งเล่น พักผ่อนกันก่อนกลับได้นะ
(กล้องอิชั้น ใช้โหมดธรรมชาติถ่าย เขียวได้เขียวดีซิน่า
ของจริงดูดีกว่านี้น๊า ฝีมือคนถ่ายห่วย ถึงห่วยที่สุด)
 
 
ส่วนอีกฝั่งของสระน้ำจะมีศาลเจ้า Bezaitendo อยู่
ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระไตรปิฎกที่ได้รับมาจากกษัจริย์ของเกาหลี
 

 
หันมาถ่ายรูปก่อนกลับ เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกล เดี๋ยวได้เดินยาว
(ชอบต้นไม้บ้านเค้าจัง แผ่กิ่งก้านสวยดี)
 
 
ได้เดินผ่านวัด Enkakuji เหลืออยู่แค่ด้านหน้านี่แหละ ด้านในไม่เหลืออะไรแล้วมีแต่สะพาน
 
เนื่องจากขากลับพวกเราเดินกัน กลับมาดูแผนที่อากู๋ 3.7 กิโล นี่ยังไม่นับที่เดินกันใน Shurijo อีก
สงสัยวันนั้นคงเดินกัน 5 กิโลได้
 
นี่แหละเส้นทางที่เราเดินกลับ เฮ้อเหนื่อย
 
 
 
ตอนเดินหิวมาก เลยแวะฝากท้องที่ร้านนี้ สั่งข้าวแกงกะหรี่เห็ดมากิน แต่ก็กินไม่หมด
ยังไง๊ยังไงก็ไม่ชอบกินแกงกะหรี่ให้ตายซิ
 
Credits :
1. ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากเพื่อนเอ๋ และใครอยากอ่านรายละเอียดเกี่ยวกัน Shurijo เพิ่ม
อ่านได้จากวิกิ และอากู๋จ้า ส่วนประวัติโอกินาว่านิดๆ หน่อยๆ อ่านได้ที่นี่
2. ขอบคุณภาพจากเพื่อนเอ๋ และเพื่อนเอ
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบ สวนและสระน้ำ Enganchi
มีเป็ดลอยมาตามน้ำด้วย ^^ big smile Hot!
อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นมากๆ เลย แต่ไม่มีโอกาสได้ไปสักที จะมาอ่านบ่อยๆ นะคะ surprised smile confused smile

#9 By ふうりん on 2012-09-17 21:12

ส่วนใหญ่พอบอกว่าญี่ปุ่น ก็จะนึกถึงโตเกียว เกียวโต โอซาก้า ฮอกไกโด ไม่ค่อยมีใครไป Okinawa เท่าไหร่
จริงๆ ที่นั่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะเหมือนกันน๊า double wink

#8 By kOREwa on 2012-09-13 18:44

ไม่เคยนึกถึงทริปโอกินาวะเลยคะ แต่พออ่านเอนทรีนี้แล้ว คงต้องให้เป็นอีกหนึ่งทริปในใจล่ะ Hot!

#7 By SevendayZ on 2012-09-13 09:24

บรรยากาศดูเงียบสงบมาก น่าเที่ยวจัง

#6 By MOVING' on 2012-09-12 19:28

สถานที่ท่องเที่ยวของเค้า ถึงคนจะเยอะแค่ไหนก็ไม่เท่าโตเกียว หรือจีนอ่ะคะ ไปโตเกียวนี่เจอแต่คนพูดไทยเต็มไปหมด cry

#5 By kOREwa on 2012-09-12 16:48

ดูมีมนขลังและเงียบสงบดีนะครับ
ลักษณะจะกว้าง จนเดินกันเมื่อยเลย

#4 By viewpoints on 2012-09-11 16:00

เห็นในอนิเมะชอบไปเที่ยวโอกินาวะกันบ่อยๆ ท่าทางสนุก แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นเที่ยวกันแต่ทะเลซะส่วนใหญ่จริงๆ

#3 By φυβλας on 2012-09-10 21:30

@ikamiso
ที่ Okinawa ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นคนญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวกันเอง ที่นั่นยังมี Churaumi Aquarium ที่มีฉลามวาฬ 3 ตัวอยู่ในนั้นด้วย เดี๋ยวต่อๆ ไปจะเขียนถึง
สู้ๆ น๊าถ้าตั้งใจจริง สักวันต้องได้ไปแน่จ้า

#2 By kOREwa on 2012-09-10 20:51

โอกินาวะน่าเที่ยวมากเลยHot!
อยากไปโอกินาวะเหมือนกัน เป็นที่ที่น่าไป ที่จริงญี่ปุ่นมีที่เที่ยวน่าสนุกหลายที่แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปสักที

#1 By φυβλας on 2012-09-10 20:13